กลับไปยังรายบอร์ด โพสต์ใหม่

คุณบีบคั้น ลูกของคุณเกินไปรึปล่าว:อย่าทำร้ายลูก ด้วยความรัก

จาก FW Mail คับ

IMG_1978-1.jpg
22-10-2009 17:54


ด้วยความรักและห่วงใย..


โปรดอ่านให้จบเป็นประโยชน์กับทุกๆท่าน

อุทาหรณ์จากการยัดเยียดการเรียนเกินไปทำให้เด็กสติขาด
ก่อนอื่นจะเล่าเรื่องให้ฟังค่ะ...เพิ่งได้รับทราบมาเหมือนกันจากปากของเพื่อนทั้งน้ำตา...และคิดว่ามี
ประโยชน์ไม่มากก็น้อย...เพื่อนคนนี้ไม่ได้ติดต่อมานานประมาณเกือบๆ 4 ปีเห็นจะได้
คือไม่สนิทเท่าไรแต่พูดคุยกันได้และตอนนี้เพื่อนมีลูกแล้วค่ะ...แต่มีเพื่อนน้อย

เพื่อนแต่งงานกับวิศกร(สามี)ที่เก่งมากค่ะและตัวเพื่อนเองก็จบมหาลัยเอกชนก็เกียรตินิยมอันดับ
2 ด้านภาษาต่างประเทศค่ะ คือเหมาะสมถึงไม่รวยมาก
แต่ก็เกินปานกลางนะคะพอแต่งงานก็ไม่ได้ติดต่อใคร
แต่ทราบว่ามีลูก ณ.ปัจจุบันก็ 7 ขวบกว่าแล้วค่ะ
โทรไปหาเพื่อนเพราะตอนนี้เรามีลูก 4 ขวบกว่าค่ะ

ก็หาข้อมูลเรื่องการเรียนในนี้เป็นหลักและอาศัยถามคนอื่นด้วยและไม่อายที่จะถามด้วย
เพราะคิดว่ายิ่งรู้มาก  ก็ยิ่งดีจึงได้โทรไปหาเพื่อนค่ะ  และถามเรื่องลูก
สิ่งที่ได้รับ คือ การปล่อยโฮอย่างแรง ร้องไห้จะเป็นจะตายเดี๋ยวนั้น
เราก็ตกใจ เฮ้ยแกเป็นไรว่ะ  เป็นไร....

มันบอกว่ามันอึดอัด มันจะบ้าอยู่แล้วปรึกษาใครก็ไม่ได้ทุกวันนี้มันถูกตราหน้าว่าเป็นคน
ผิด...'ผิดอย่างร้ายกาจ' จากครอบครัวสามี และแม่ตัวเอง มันปรึกษาใครก็ไม่ได้
เพราะพื้นฐานคือ...ทั้งสามีและเพื่อนเป็นคนเสียเงินเท่าไรเท่ากัน
แต่อายหรือไม่สมบูรณ์ไม่ได้ดังนั้นมันจึงไม่ปรึกษาใครเลย
เพราะมันอายและไม่อยากให้ใครดูถูกมัน
เรื่องคือ... ลูกชายเข้าเรียนตอน 3 ขวบกว่านิดๆ ได้เข้าเรียนในระดับโรงเรียนดังเลย
ค่าเทอมเป็นแสน คอมพร้อม เพื่อนดี สังคมดูดี เพอร์เฟ็กและโรงเรียนเป็นที่หมายตามากค่ะ
ที่นี้โรงเรียนดังก็พ่อแม่ต่างก็ผลักและดันกันสุดฤทธิ์(มันบอกอย่างนี้ค่ะ)
เงินพร้อมซะอย่าง ก็คุยกันต้องติวอย่างนั้น ต้องครูคนนี้ ฝรั่งคนนี้ ต้องเรียนนี้เสริม เจ๋งค่ะ
เพื่อนก็เป็นเช่นนั้น

ที่นี้... ลูกเรียนวันจันทร์–ศุกร์ ยัน 6 โมงเย็นและเป็นอย่างงี้มาตั้งแต่ อนุบาล 1 ถึง 3...
เข้านอน ไม่เกิน 3 ทุ่ม  เพราะต้องตื่นเช้าไปส่ง  ตื่นตอน... ตี 5 ครึ่ง
เพราะเพื่อนมีบ้านในหมู่บ้านใหญ่แห่งหนึ่ง  ซึ่งอยู่นอกเขตและห่างจากโรงเรียนค่อนข้างมาก
ออกจากบ้านไม่เกิน 6 โมงเช้าเท่านั้น  และไปถึงโรงเรียนประมาณเกือบ 7 โมง
วันเสาร์...เรียนพิเศษเสริม เริ่ม 8โมงเช้าถึงบ่ายโมง และ ตอนบ่าย 3 เรียนว่ายน้ำ
จึงได้กลับบ้าน

ส่วนวันอาทิตย์...ครึ่งวันเช้าเรียนที่สถาบันคุมองต์เสริม  ครึ่งวันหลังผักผ่อน...
ตอน 1 ทุ่มวันอาทิตย์ต้องทบทวนงานและเตรียมความพร้อมเพื่อไปเรียนวันจันทร์
ไม่เกิน 3 ทุ่มเข้านอน
และเหตุการณ์ที่มันเล่าแบบสะเทือนใจตอนหลังคือ....ลูกไม่มีเพื่อนในหมูบ้านเลยสักคนเดียว...
เพราะไม่ได้คุยกับใครอยู่แล้วสังคมเมืองของแท้  ปั่นแต่จักรยานของเค้าเท่านั้น
วันนั้น...วันอาทิตย์ลูกก็ปั่นจักยานไม่ยอมเข้าบ้านแม่ก็เรียกให้มาอาบน้ำได้แล้ว
6 โมงเย็นแล้ว เตรียมกินข้าว และทบทวนการบ้าน.ลูกก็ไม่ฟังเพื่อนและสามีโมโห
บอกว่า 'เข้าบ้านเดียวนี้ เข้าบ้านเลย ทำไมดื้ออย่างนี้ ยิ่งโตยิ่งดื้อ' (เพื่อนว่าลูก)
จะไม่ให้ขี่จักรยานอีกต่อไป  ตัวสามีก็ไปดึงจักรยานออกจากลูกและแม่มาจับลูกเข้าบ้าน

สามีบอกว่า...ป๋าจะโยนจักรยานทิ้งซะถ้าทำอย่างนี้อีก  ลูกชายเข้าไปกอดขาพ่อ...
และยกมือไหว้ป๋า  อย่าทำ หนูไม่มีเพื่อนที่ไหน  จักรยานคือเพื่อนของหนู
หนูมีจักรยานเป็นเพื่อนเท่านั้น...ป๋าอย่าทำนะ  ทั้งเพื่อนและสามีก็ไม่ใส่ใจอะไร
เพียงต้องการให้เข้าไปอ่านหนังสือเท่านั้น

และ...อีกเหตุการณ์หนึ่งกว่าจะจับใจความได้  มันร้องไห้ไม่หยุด
เพื่อนร้องไห้เหมือนจุดพลุเลย...

ลูกกลับจากบ้านคุยกับพ่อและแม่ อยากดูอุลตร้าแมนมดเอ๊กช์บ้างเพื่อนๆคุยกันที่โรงเรียน...
เค้าไม่รู้เรื่องเลย
เพื่อนยังบอกว่าที่บ้านไม่มีทีวีหรือไง(เด็กอนุบาลนะค่ะ)ทำให้เค้าไม่มีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนๆ...

เค้าได้ดูแต่การ์ตูนเสริมความรู้เช่น ถ้าดู UBC ก็ประมาณ ดอร่า หมาบลู
ประมาณนี้...สามีและเพื่อนบอกว่า ลูกอย่าทำตัวไร้สาระได้หรือเปล่าตอนนี้เพื่อนๆ
ลูกอยากทำอะไรก็ปล่อยเค้าไปการ์ตูนมีแต่ความรุนแรง ไม่เสริมความรู้อะไรเลย

เราได้เปรียบ...เราใช้เวลาทบทวนและเรียน...ในขณะที่คนอื่นเค้าไร้สาระ...ลูกลองคิดดู...โตขึ้น
ลูกก็จะเป็นนายของคนพวกนี้  และคนพวกนี้จะไม่เหนือลูกเด็ดขาด
การสอนจะประมาณนี้ตลอด... แต่เพื่อนบอกว่า
เค้าและสามีทำดีที่สุดและให้ในสิ่งที่ดีที่สุดที่คนทั่วไปบางทีก็ให้ไม่ได้ด้วยซ้ำไป...

ที่นี้หนักสุด...ต้องติวเข้า ป. 1 ที่นี้เวลาเล่นแทบน้อยมาก...แต่ก็ได้ติดที่ ป. 1 ตามที่หวังไว้
แต่ก็ต้องเรียนเสริมเหมือนเดิม...ฯลฯ จนถึงวันที่ลูกทนไม่ได้...จนลูกโกรธจนตัวสั่น...
และพูดว่าเค้าจะไม่เป็นคนดี... เค้าเบื่อที่สุดแล้ว...เค้าอยากเล่นฟุตบอล...เค้าอยากวิ่งเล่น...
อยากดูการ์ตูน...อยากอ่านขายหัวเราะให้พ่อแม่อนุญาตอ่านให้ฟัง...
เค้าเกลียดพ่อและแม่...ทำไมต้องบังคับ...ทำไมต้องอาย...ทำไมเค้าจะเป็นคนชั่ว...
(เพื่อนมันบอกว่าลูกพูดจนลิ้นพันกัน  ตัวสั่นไปหมด จับลำดับคำพูดยาก)
อะไรก็พูดๆๆๆๆ ออกมา  ร้องไห้หน้าแดง  กำหมัด ขว้างข้าวของเสียงดัง
ในระหว่างนั้นสามีและเพื่อน  ก็ใช้เสียงดังเพื่อหยุดพฤติกรรม  แต่ไม่เป็นผล ยิ่งดัง
ก็ยิ่งดังใส่จนเด็กเป็นลมคงสะสมมานาน

พอผ่านไปสักระยะ...
จนทางโรงเรียนมีจดหมายมาถึงเพื่อเชิญผู้ปกครองไปพบพอไปถึงโรงเรียน
ทางครูบอกว่า...ตอนนี้น้องมีอาการเหม่อลอย...ไม่มองกระดาน...
และไม่มีปฎิสัมพันธ์กับเพื่อนเลยแม้แต่คนเดียว...ให้ทำอะไรทำได้หมดแต่ทำไปอย่างให้จบไป
ไม่มีอารมณ์ร่วมแม้แต่น้อย  บางครั้งก็มีน้ำตาเอ่อ...
แต่ไม่ไหลออกมาเป็นระยะและพูดน้อยลงใช้สายตาและท่าทางคิดมากขึ้น....ฯลฯ

เพื่อนและสามีไม่ยอมรับและไม่เชื่อ  ก็สักพักใหญ่ๆ จึงไปพบหมอที่สมิติเวช
หมอแจ้งว่า...น้องกระทบกระเทือนทางจิตใจอย่างแรง
บวกกับเก็บกดภายในสิ่งที่ฝืนความรู้สึกมานาน...จนระเบิดออกมาเหมือนคนเสียสติ
เค้าไม่ได้บ้า...หรือพิการทางสมอง...แต่เค้าปิดกั้นทุกสิ่งทุกอย่างเอง...
ไม่รับเอง...ไม่เอาเอง...ซึ่งตรงนี้น่าวิตกคือแล้วเมื่อไรเค้าจะรับและเปิดใจกลับมา
เหมือนเดิม

สมาธิและจิตใจได้ถูกตัดด้วยตัวเค้าเอง...เค้าอยากอยู่แต่ในโลกจินตนาการที่เค้าคิดว่านั้นคือความสุข
ของเค้า...ไม่อยากออกมาเลยด้วยซ้ำ... คงต้องใช้เวลามากเพราะถ้าเรารู้ว่าเค้าสมาธิสั้น...
เรามีทางแก้  ถ้าเค้าเป็นดาวน์...เรารู้วิธี  แต่เค้าเลือกเองที่จะปิดตัวเองอย่างเด็ดขาด...
ถ้าปล่อยไว้จะกลายเป็นคนวิกลจริตทางความคิดในอนาคต  ทุกวันนี้ผลคือ...สามีก็ยอมรับในระดับหนึ่ง
แต่ก็เริ่มโทษภรรยามากกว่าโทษตัวเอง

ตอนนี้มันรับกรรมเต็มๆ ลูกไม่สามารถเรียนได้แล้วคะ...ต้องพบจิตแพทย์เด็กโดยตรง
ถึงตรงนี้มันบอกว่ามันเรียกลูกกลับมาไม่ได้แล้วจริงๆ  มันเศร้ามาก
ค่ะมันก็กำชับไม่ให้ดิฉันบอกใครเพราะมันอาย...
แต่เรื่องนี้มีความรู้มากไม่ใช่เป็นเรื่องที่น่าอาย...เมื่อทุกท่านได้อ่านเรื่องนี้จบแล้ว
อย่าเก็บเรื่องนี้เอาไว้คนเดียว...กรุณาส่งเมลล์
ไปบอกกับใครก็ได้หรือญาติพี่น้องของเราก็ได้เผื่อว่าเหตุการณ์ที่เล่ามานี้จะได้ไม่เกิดกับบุคคลที่ท่าน
รัก...เป็นรายต่อไป
..........



[ แก้ไขล่าสุด tarotman เมื่อ 22-10-2009 17:54 ]
1

จำนวน

  • ▬Fernzaza▬

ขอบคุณคร่า
อื้ม
ขอบคุณมากนะคร๊าฟ
แต๊งค์กิ้ว ๆ ค๊าบป๋ม
ขอบคุณมากๆ เลยค่ะ
ส่งเสริมเขาได้แต่อย่าบังคับเกินไป
สุดๆ อ่าข๊ะ
อ่านแว้วว ทึ่ง อ่า !
อะนะ คนเรา มีความรู้สึกทุกคน
อ่านะ ขอบคุณมากคับ คงมีประโยชเวลามีลูก
กลับไปยังรายบอร์ด